จากกรณีแอดมินเพจตำรวจ สภ.กุมภวาปี ได้โพสต์รูปภาพพร้อมกับระบุข้อความว่า “พลเมืองดีเก็บเงินสดได้ สภ.กุมภวาปี วันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 15.00 น. ได้มี นายวิทูล ฤทธิ์ยา อายุ 47 ปี ชาวบ้านห้วยบง ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พร้อม เด็กชายพัชรพล ดีซ้อน (น้องธีร์) อายุ 6 ขวบ ลูกชาย ขณะนี้เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านโนนสิมมา ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี แจ้งว่าลูกชายของตนเก็บธนบัตรเงินสดได้จำนวนหนึ่ง ที่บริเวณทางเท้าหลังตลาดสดกุมภวาปี หน้าร้านเดอะพิซซ่า ถนนแชแล ต.กุมภวาปี จ.อุดรธานี
หลังจากนั้นได้พากันนำเงินมาแจ้งความพร้อมลง ปจว.ไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.กุมภวาปี หากท่านใดทำเงินสดหล่นหายบริเวณดังกล่าว ให้มาแสดงตนพร้อมนำหลักฐานแจ้งขอรับคืนได้ที่ ร.ต.อ.เกษมสันต์ จันทร์สุข ห้องธุรการอำนวยการ สภ.กุมภวาปี 081-8715546” โดยมีคนมาคอมเม้นท์ถึงความซื่อสัตย์สุจริตของเด็กวัยเพียง 6 ขวบ และพ่อที่ไม่เอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง และชื่นชมพ่อของเด็กคนนี้ คงสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีของสังคม
ล่าสุดวันนี้ (3 เม.ย. 68) เวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เกษมสันต์ จันทร์สุข รอง สวป.สภ.กุมภวาปี ปฏิบัติหน้าที่อยู่ฝ่ายธุรการ ได้นำธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท จำนวน 9 ฉบับ มาให้ผู้ซื่อข่าวดู เป็นธนบัตรที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ทั้งหมด พร้อมกับเล่าว่า ตนเป็นแอดมินเพจตำรวจ สภ.กุมภวาปี เมื่อวานนี้ขณะที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้มีพลเมืองดีพร้อมบุตรชายวัย 6 ขวบ มาแจ้งกับร้อยเวรว่า ได้เก็บเงินสดจำนวน 9,000 บาท เป็นฉบับละ 1,000 ทั้งหมด 9 ฉบับ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ในฐานะที่ตนเป็นแอดมินเพจตำรวจ สภ.กุมภวาปี จึงได้โพสต์เพื่อตามหาเจ้าของเงินให้มาติดต่อขอรับคืน หลังจากที่โพสต์ไปแล้วก็มีคนมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ แต่เป็นช่วงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เพื่อที่จะยืนยันว่าเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็จะได้ติดต่อมารับเงินคืนในโอกาสต่อไป ขณะเดียวกันจากการสอบถามพลเมืองดีทราบว่า เด็กชายอาศัยอยู่กับยาย แต่ช่วงนี้ปิดเทอมเลยกลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ ที่บ้านห้วยบง ต.นาหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งมีอาชีพเก็บและรับซื้อของเก่าขาย
ร.ต.อ.เกษมสันต์ บอกอีกว่า หลังเก็บของเก่าไปขายที่ร้านรับซื้อแล้ว ลูกชายอยากได้ของเล่นและปืนฉีดน้ำไว้เล่นช่วงสงกรานต์ จึงได้พาลูกชายมาซื้อที่ร้านขายของทุกอย่าง 20 บาท หลังตลาดสดเทศบาลกุมภวาปี เพราะราคาคงจะถูกกว่า ขณะเดินกลับมาที่จอดรถ ลูกชายเห็นเงินหล่นกระจายอยู่บนทางเท้า จึงบอกพ่อให้เก็บเอาไว้ แล้วพากันมาแจ้งความติดตามหาเจ้าของเงิน ซึ่งลูกชายเป็นคนเห็นแล้วบอกพ่อ ตนจึงคิดว่า ถ้าเป็นเงินเราที่หล่นหาย เราคงจะเสียดาย และกลัวเจ้าของเงินนั้นลำบาก และคิดว่าพ่อของเด็กคงจะปลูกฝังสั่งสอนมาดี รวมทั้งเด็กก็คงใฝ่ดี เพราะสถานะของครอบครัวน้องก็ลำบากอยู่ แต่จิตใจเขาดีไม่อยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตนเอง หลังจากนี้จะได้เรียนผู้บังคับบัญชา เพื่อเสนอให้ทำประกาศนียบัตรมอบให้ทางบิดามารดาแล้วก็เด็ก ในโอกาสต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของพลเมืองดี ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวเก่า ๆ อยู่ด้วยกัน 5 คน มี พ่อ แม่ ปู่ ลูกสาว และ ลูกชาย พบกับ นายวิทูล ฤทธิ์ยา กำลังขับรถกระบะบรรทุกของเก่าที่ตระเวนรับซื้อและเก็บตามหมู่บ้านเข้ามาบ้านเพื่อกินข้าวมื้อเที่ยง และคัดแยกของเก่านำไปขายที่ร้าน ก่อนเปิดเผยว่า หลังจากตนนำของเก่าไปขายที่ร้าน ขากลับลูกชายอยากได้ของเล่น และปืนฉีดน้ำ เพื่อมาไว้เล่นสงกรานต์ ก็เลยพาลูกชายไปซื้อ แต่ยังไม่ได้ซื้อ เพราะยังไม่ถูกใจ ได้แต่ของเล่นธรรมดา
ขณะเดินกลับลูกชายบอกตนว่า “พ่อตัง” ตนก็เลยก้มลงเก็บเอา ไปแจ้งตำรวจติดตามหาเจ้าของ และเราได้สอนลูกตลอดว่า อย่าเอาของคนอื่น ถึงเราจะไม่มี ถึงเราจะจน ก็อย่าไปลักเอาของคนอื่น แม้ว่าเราจะมีอาชีพรับซื้อและเก็บของเก่าก็ตาม รู้สึกภูมิใจในตัวลูกชายมาก ตนขับรถรับซื้อและเก็บของเก่ามา 5-6 ปี บางวันก็ได้แค่ค่าน้ำมัน บางวันก็ได้กำไรพอได้ค่าอยู่ค่ากิน 400-500 บาท บางวันก็ไม่เหลือเลย
นายวิทูล บอกด้วยว่า แต่ก่อนก็ทำงานรับจ้างทั่วไป ขับรถส่งของ ทำงานก่อสร้าง ตนรู้สึกเบื่อไม่อยากเป็นลูกจ้าง อยากเป็นเจ้านายของตัวเอง ก็เลยเก็บเงินมาดาวน์รถกระบะมือสอง มาขับตระเวนรับซื้อและเก็บของเก่าขาย ตอนนี้รถก็ยังผ่อนอยู่ ถ้าตนเก็บเงินได้เป็นแสนเป็นล้าน ตนก็จะนำไปแจ้งตำรวจเหมือนเดิม เพราะว่ามันไม่ใช่เงินของเรา ถึงเราจะจนขนาดไหน เราก็ไม่เก็บเอามาเป็นของตนเอง เพราะเรามีศักดิ์ศรีความเป็นคน เงินใครก็อยากได้ แต่ไม่ใช่เอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง