หมอเผยความจริง หม้ออบลมร้อน หรือ หม้อทอดไร้น้ำมัน ปลอดภัยจริงไหม? เตือนใช้ผิดวิธี เสี่ยงสารก่อมะเร็งไม่รู้ตัว
กระแสการใช้ “หม้ออบลมร้อน” ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ดี แต่ล่าสุด “หมอโอ๊ค” ออกมาเตือนว่า หากใช้งานไม่ถูกวิธี อาจเพิ่มความเสี่ยงได้รับสารก่อมะเร็งโดยไม่รู้ตัว
โดยหมอโอ๊คได้อธิบายผ่านอินสตาแกรม dr.oaksuphalerk ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของหม้ออบลมร้อน ทั้งเรื่องอุณหภูมิ วัสดุเคลือบ และพฤติกรรมการใช้งาน ที่หลายคนอาจมองข้าม
ความร้อนสูงเกินไป เสี่ยงเกิดสารก่อมะเร็ง
หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญ คือการใช้อุณหภูมิสูงเกิน 170-180 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้เกิดสาร “อะคริลาไมด์ (Acrylamide)” โดยเฉพาะในอาหารประเภทแป้งหรือของทอด สารชนิดนี้ถูกจัดเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งได้
นอกจากนี้ หากอาหารที่ปรุงออกมามีลักษณะไหม้เกรียม หรือมีสีดำ ก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ

เครื่องเก่า-สารเคลือบลอก อันตรายที่มองไม่เห็น
หมอโอ๊คยังเตือนว่า หม้ออบลมร้อนที่ใช้งานมานานหลายปี โดยเฉพาะ 2-6 ปีขึ้นไป หากมีการเสื่อมสภาพหรือสารเคลือบเทฟลอนลอก อาจทำให้ผู้ใช้ได้รับสารเคมี เช่น PFOA ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ
การใช้งานอุปกรณ์ที่ชำรุดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และควรเปลี่ยนใหม่เมื่อพบความผิดปกติ
อลูมิเนียมฟอยล์ อีกจุดเสี่ยงที่หลายคนไม่รู้
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่ควรระวังคือการใช้อลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหารก่อนนำเข้าเครื่อง เพราะอาจทำให้ได้รับโลหะหนักโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับความร้อนสูง
แนะวิธีใช้หม้ออบลมร้อนให้ปลอดภัย
เพื่อให้การใช้งานหม้ออบลมร้อนปลอดภัยมากขึ้น หมอโอ๊คแนะนำแนวทางง่ายๆ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการใช้อุณหภูมิสูงเกินจำเป็น
- ไม่ใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหาร
- ตรวจสอบสภาพเครื่อง หากสารเคลือบลอกควรเปลี่ยนใหม่
- เติมน้ำเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการไหม้เกรียม
- หลีกเลี่ยงการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือบ่อยเกินไป
เตือนเพื่อให้ใช้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ให้เลิกใช้
หมอโอ๊คย้ำว่า การออกมาให้ข้อมูลครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการสร้างความตื่นตระหนก แต่ต้องการให้ประชาชนตระหนักถึงวิธีใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้หม้ออบลมร้อนได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
แม้หม้ออบลมร้อนจะเป็นตัวช่วยในการทำอาหารที่สะดวกและดีต่อสุขภาพ แต่การใช้อย่างเหมาะสม คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว