“หมอเจด” รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยสงสัยว่า “อีสุกอีใส” กับ “งูสวัด” มันคือพี่น้องท้องเดียวกันหรือเปล่า ทำไมชื่อดูน่ากลัวพอกัน แล้วมันต่างกันยังไง อันตรายแค่ไหน? วันนี้ผมจะพามาไขความลับแบบสับ ๆ ฉบับเข้าใจง่าย 5 หัวข้อหลัก ให้หายสงสัยกันครับ
1. จุดกำเนิดจาก “ไวรัสตัวเดียวกัน” แต่คนละช่วงวัย
ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ ทั้งอีสุกอีใส (Chickenpox) และงูสวัด (Shingles) เกิดจากไวรัสตัวเดียวกันเป๊ะ! ที่มีชื่อว่า Varicella Zoster Virus (VZV) ครับ แต่มันมี “ไทม์ไลน์” การปรากฏตัวที่ต่างกัน โดยอีสุกอีใสเปรียบเสมือนภาคแรกที่มักมาเยือนเราตอนเด็ก ๆ ส่วนงูสวัดคือภาคต่อ (Sequel) ที่จะมาตอนเราโตขึ้นหรือภูมิคุ้มกันเริ่มอ่อนแอลงนั่นเอง
2. อีสุกอีใส: “น้องใหม่” ผู้กระจายความคันไปทั่วร่าง
เมื่อเราได้รับเชื้อ VZV ครั้งแรก ร่างกายจะแสดงอาการเป็นอีสุกอีใสคครับ ลักษณะเด่นคือจะมีผื่นแดง กลายเป็นตุ่มน้ำใส ๆ แล้วค่อย ๆ เป็นหนองก่อนจะตกสะเก็ด ที่สำคัญคือมัน “ขึ้นทั่วตัว” ตั้งแต่หน้า หนังศีรษะ ไปจนถึงลำตัวและแขนขา พร้อมกับมีไข้ต่ำๆ และอาการคันคะเยอระดับสิบ มักพบมากในเด็ก แต่ถ้าผู้ใหญ่เป็นบอกเลยว่าอาการจะหนักกว่าเด็กหลายเท่าเลยครับ
3. งูสวัด: “แขกไม่ได้รับเชิญ” ที่ซ่อนตัวในปมประสาท
พอยาอีสุกอีใสหายไป เชื้อไวรัสตัวนี้ไม่ได้ตายจากเราไปไหนนะครับ แต่มันเลือกที่จะ “จำศีล” หลบซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาทในร่างกายเราอย่างเงียบเชียบ วันดีคืนดีที่เราเครียดจัด พักผ่อนน้อย หรืออายุมากขึ้นจนภูมิคุ้มกันตก เจ้าไวรัสตัวเดิมนี่แหละ
