เหตุไม่คาดคิด! เรื่องจริงในห้องฉุกเฉิน เมื่อหมอจำเป็นต้องเรียก “ช่างทำเล็บ” มาช่วยชีวิตคนไข้

แพทย์ต้องเรียก “ช่างทำเล็บ” เข้าห้องฉุกเฉิน หลังเล็บปลอมหนาจนเครื่องวัดสัญญาณชีพใช้ไม่ได้

เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในประเทศจีน เมื่อทีมแพทย์ต้องรีบติดต่อ ช่างทำเล็บมืออาชีพ มาช่วยผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น เนื่องจากเล็บปลอมและเจลเคลือบเล็บหนาจนทำให้เครื่องมือแพทย์ไม่สามารถวัดค่าสัญญาณชีพที่สำคัญได้

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่หอผู้ป่วยวิกฤตของ โรงพยาบาลประชาชนมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ผู้ป่วยหญิงวัย 28 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการวิกฤตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลันรุนแรง ส่งผลให้เกิดภาวะช็อกจากหัวใจและหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน

แพทย์เร่งช่วยชีวิต แต่เครื่องวัดออกซิเจนอ่านค่าไม่ได้

ทีมแพทย์ได้ดำเนินการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ทั้งการใส่ท่อช่วยหายใจ การใช้เครื่องช่วยหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และเริ่มใช้เครื่อง ECMO หรือระบบช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการรักษาผู้ป่วยวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาสำคัญของการรักษา ทีมแพทย์พบว่า เครื่องวัดค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) ไม่สามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้อง ทั้งที่ค่าดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการปรับแผนการรักษา

หลังตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าสาเหตุเกิดจากเล็บปลอมแบบต่อยาวและการเคลือบเจลหนาของผู้ป่วย ซึ่งทำให้แสงจากเครื่องวัด SpO2 ไม่สามารถทะลุผ่านเล็บได้ ส่งผลให้เครื่องไม่สามารถอ่านค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดได้

โรงพยาบาลต้องเรียกช่างทำเล็บมาช่วยในห้องฉุกเฉิน

ทีมแพทย์พยายามถอดเล็บปลอมและชั้นเจลออกด้วยตนเอง แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากวัสดุมีความแข็งและยึดติดแน่น เพื่อไม่ให้เสีย “ช่วงเวลาทอง” ในการช่วยชีวิต โรงพยาบาลจึงต้องรีบติดต่อช่างทำเล็บมืออาชีพให้นำอุปกรณ์เข้ามายังห้องฉุกเฉินทันที

ช่างทำเล็บต้องแข่งกับเวลาเพื่อถอดเล็บปลอมออกจากนิ้วของผู้ป่วย และทันทีที่เล็บปลอมถูกนำออก แพทย์ก็สามารถวัดค่าออกซิเจนในเลือดได้สำเร็จ ทำให้สามารถปรับแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

จากการรักษาอย่างต่อเนื่อง สัญญาณชีพของผู้ป่วยเริ่มกลับมาคงที่ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงถูกควบคุมได้ และเธอสามารถผ่านพ้นภาวะวิกฤตมาได้ในที่สุด

เล็บปลอมอาจรบกวนการรักษาทางการแพทย์

แพทย์ระบุว่า กรณีที่เล็บปลอมหรือเล็บเจลทำให้เครื่องมือแพทย์ทำงานได้ยากนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเครื่องวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้วต้องใช้แสงส่องผ่านเนื้อเยื่อเพื่ออ่านค่าทางสรีรวิทยา

หากเล็บมีการเคลือบเจลหนา หรือทาสีเข้ม รวมถึงเล็บที่มีการติดคริสตัลหรืออัญมณี อาจดูดซับหรือสะท้อนแสง ทำให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อน หรือไม่สามารถอ่านค่าได้เลย

ผู้เชี่ยวชาญแนะ ควรเหลือเล็บธรรมชาติอย่างน้อยหนึ่งนิ้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในประเทศจีนเคยแนะนำว่า ผู้ที่ชื่นชอบการทำเล็บควร เว้นอย่างน้อยหนึ่งนิ้วที่ไม่ทาเล็บ หรือเลือกใช้เล็บปลอมแบบที่สามารถถอดออกได้ง่าย

ในห้องฉุกเฉิน ทุกนาทีมีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้เพียงชั้นเจลบาง ๆ หรือของตกแต่งบนเล็บก็อาจทำให้กระบวนการประเมินอาการของผู้ป่วยล่าช้าได้ การทำเล็บไม่ใช่เรื่องผิด แต่การเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉินอาจช่วยให้แพทย์สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *