สาววัย 36 ช็อก! หมอบอกเหลือเวลาชีวิตแค่ 15 เดือน เหตุวัยเด็กชอบใส่ “เสื้อคลุมพ่อ”

หญิงวัย 36 ป่วยมะเร็งเยื่อหุ้มปอด หมอแจ้ง “มีชีวิตได้อีก 15 เดือน” เหตุชอบหยิบ “เสื้อคลุมพ่อ” มาใส่ตอนเด็ก

เรื่องราวอุทาหรณ์จากรัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เมื่อหญิงรายหนึ่งต้องเผชิญกับโรคมะเร็งร้ายในวัยเพียง 36 ปี โดยมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมความเคยชินในวัยเด็กที่ชอบหยิบเสื้อนอกของพ่อมาสวมใส่ ซึ่งนำไปสู่การสะสมของสารก่อมะเร็งในร่างกายโดยไม่รู้ตัวเป็นเวลานานหลายสิบปี

สำนัก The Mirror รายงานเรื่องราวของ เฮเธอร์ วอน เซนต์ เจมส์ ปัจจุบันอายุ 57 ปี เธอเล่าว่าเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ในคืนที่อากาศหนาวเย็น เธอมักจะหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสำหรับใส่ทำงานในเขตก่อสร้างของพ่อมาสวมเพื่อออกไปให้อาหารกระต่ายเลี้ยง โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าฝุ่นสีขาวเทาที่เกาะอยู่ตามเสื้อตัวนั้นคือ “แร่ใยหิน” ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายร้ายแรง

จากอาการเหนื่อยล้าสู่คำวินิจฉัย “มีชีวิตได้อีก 15 เดือน”

หลังจากเวลาผ่านไปหลายสิบปี จนกระทั่งเธออายุได้ 36 ปี และอยู่ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ เฮเธอร์เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรังและมีไข้สะท้อนถึงความผิดปกติในร่างกาย เมื่อเข้ารับการตรวจคอมพิวเตอร์สมองและปอด แพทย์พบเนื้องอกขนาดใหญ่และวินิจฉัยว่าเธอเป็น โรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดลุกลามที่เกิดจากการสัมผัสแร่ใยหินโดยตรง

ในเวลานั้น แพทย์แจ้งร้ายว่าหากเธอไม่รับการผ่าตัด เธออาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงประมาณ 15 เดือนเท่านั้น ทำให้เธอตัดสินใจเข้ารับการรักษาอย่างสุดความสามารถ ซึ่งรวมถึงการผ่าตัดเอาปอดซ้าย เยื่อหุ้มปอด ซี่โครง 1 ซี่ รวมถึงส่วนประกอบของกะบังลมและเยื่อหุ้มหัวใจออก ตามด้วยการทำเคมีบำบัด 4 รอบ และการฉายรังสีอีก 30 ครั้ง

แร่ใยหิน: ภัยเงียบที่มีระยะฟักตัวนานหลายสิบปี

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า โรคที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหินมักจะไม่แสดงอาการทันทีหลังจากสัมผัส แต่จะมี “ระยะฟักตัว” ที่ยาวนานได้ถึงหลายสิบปี สารเหล่านี้จะเข้าไปสะสมและทำลายเซลล์ภายในร่างกายอย่างช้าๆ จนกลายเป็นเนื้อร้ายในที่สุด

ปัจจุบัน เฮเธอร์กลายเป็นผู้รอดชีวิตจากมะเร็งมาได้ยาวนานกว่า 20 ปี แม้การมีปอดเพียงข้างเดียวจะทำให้เธอเหนื่อยง่ายและสมรรถภาพร่างกายลดลง แต่เธอได้อุทิศตนให้กับการเป็นวิทยากรเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงอันตรายของแร่ใยหิน โดยเธอหวังว่าเรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจและมอบความมั่นใจให้กับผู้ป่วยรายอื่นๆ ให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *